‘มาร์ค พิทบูล’อ้างถูกแกล้ง โดนตัดต่อคลิปหมิ่นศาสนา

‘มาร์ค พิทบูล’ โร่พบผู้การกองปราบ แจงกรณีไลฟ์เฟซบุ๊กหมิ่นพุทธศาสนา อ้างถูกเพจเฟซบุ๊กตัดต่อคลิปวีดีโอกลั่นแกล้ง ยันแจ้งความเอาผิดเจ้าของเพจแล้ว เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) นายณัชพล สุพัฒนะ หรือ มาร์ค พิทบูล อายุ 51 ปี ประธานชมรมมิตรภาพพิทบูล เจ้าของบัญชีเฟซบุ๊ก เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง

กรณีที่ตนเองถูก พระสุวิทย์ ธีรธมฺโม หรือ หลวงปู่พุทธะอิสระ แจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. เพื่อเอาผิดในกรณีที่ได้ไลฟ์สดผ่านทางเฟสบุ๊ค โดยกล่าวหาว่าตนเองเผยแพร่ถ้อยคำดูหมิ่นและเหยียดหยามพระพุทธศาสนา ใน 3 ข้อหา ประกอบด้วย 1.ละเมิดความผิดกฎหมายของรัฐธรรมนูญ มาตรา 67  ว่าด้วยเรื่องคุ้มครองปกป้องพระพุทธศาสนา 2.ว่าด้วยเรื่องความมั่นคงจองรัฐ ตามมาตรา 7 ที่ประกอบไปด้วย ชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ 3.ละเมิดประมวลกฎหมายอาญา 206 ถือว่าผู้ใดดูหมิ่นเหยียดหยามศาสนา หรือสัญลักษณ์ของศาสนา ซึ่งมีความผิด จำคุก 1 ถึง 7 ปี และปรับตั้งแต่ 5 พันบาทถึง 1 หมื่น5พันบาทขึ้นไป หรือทั้งจำทั้งปรับ

โดยนายณัชพล กล่าวว่า หลังจากได้ทราบข่าวว่าตนเองถูกหลวงปู่พุทธะอิสระ แจ้งเอาผิดในกรณีดูหมิ่นพุทธศาสนา จึงตัดสินใจเดินทางมาขอเข้าพบผู้การกองปราบปราม เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงรวมถึงขั้นตอนต่าง ๆ ในการต่อสู้คดี อย่างไรก็ตามตนเชื่อว่าเรื่องดังกล่าวน่าจะเป็นการเข้าใจผิด เพราะก่อนหน้านี้ตนได้พบเพจเฟซบุ๊กเพจหนึ่ง นำเอาคลิปของตนที่พูดถึงพุทธศาสนาไปตัดต่อจนทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิด และทำให้เกิดความเสียหาย ซึ่งตนก็ได้เดินทางไปแจ้งความเอาผิดกับเจ้าของเพจดังกล่าวไว้ที่สน.มีนบุรี และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) 

ภายหลังเข้าพบ พล.ต.ต.ไมตรี ประมาณ 30 นาที นายณัชพล ก็ออกมาเปิดเผยต่อสื่อมวลชนอีกครั้งว่า ทางพล.ต.ต.ไมตรี ได้แจ้งว่าหลวงปู่พุทธะอิสระ ไม่ได้มาแจ้งความดำเนินคดีแต่อย่างใด เพียงแค่มาแจ้งเบาะแสว่าการกระทำของตนตนอาจจะเข้าข่ายการกระทำผิดดูหมิ่นศาสนา ซึ่งตนก็ได้กล่าวยืนยันความบริสุทธิ์ อีกทั้งยังแจ้งว่าถูกเพจเฟซบุ๊กเพจหนึ่งกลั่นแกล้งตัดต่อคลิปไลฟ์สด จนทำให้เกิดความเข้าใจผิดดังกล่าว
 
“เฟซบุ๊คไลฟ์มีของผมมีความยาว 1.40 ชม. มีบางช่วงที่พูดถึงความเชื่อเรื่องพญานาค จนทำให้มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็น จนเกิดการโต้เถียงกัน แต่มีเพจเฟซบุ๊กหนึ่งนำเอาบางช่วงบางตอน ไปตัดต่อใส่ข้อความจนทำให้เกิดความเสื่อมเสียให้แก่ตน” นายณัชพล กล่าว. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews